Instruction for Authors
กระบวนการพิจารณาบทความ (Peer Review)
General Infoบทความทุกบทความจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดย ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน โดยจะไม่เปิดเผยรายชื่อของผู้ส่งบทความและผู้พิจารณาบทความให้อีกฝ่ายทราบ สำหรับบุคคลภายในจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากบุคคลหรือกองบรรณาธิการภายในสถาบัน ทั้งนี้บทความที่ส่งมาตีพิมพ์ต้องไม่เคยถูกตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการตีพิมพ์ในวารสารอื่น
ข้อกำหนดและประเภทของบทความ
Article Typesนิพนธ์ต้นฉบับ (Original article)
เป็นรายงานผลการศึกษา ค้นคว้า หรือวิจัย ความยาว 10 - 15 หน้า
บทปริทัศน์ (Review article)
เป็นบทความที่รวบรวมความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่จากวารสารหรือหนังสือต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ ความยาว 10 - 12 หน้า
บทความพิเศษและข้อคิดเห็น (Special article & commentaries)
เป็นบทความที่แสดงข้อคิดเห็นที่อยู่ในความสนใจเป็นพิเศษ หรือจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงบทสัมภาษณ์ นโยบาย ข้อคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ บทวิจารณ์เชิงวิชาการ ความยาวไม่เกิน 10 หน้า
รายงานผู้ป่วย (Case report)
เป็นรายงานผู้ป่วยที่มีความน่าสนใจ เช่น ความผิดปกติหรือโรคที่พบได้ยาก หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยรายงานมาก่อน ความยาวไม่เกิน 10 หน้า
เอกสารสำหรับส่งกองบรรณาธิการในระบบ
Submission Docs1. ไฟล์เอกสารที่ประกอบด้วย
1.1 Title page (หน้าแรก) ประกอบด้วย
- ชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- ประเภทบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร
- ชื่อผู้นิพนธ์ให้มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- วุฒิการศึกษาทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- สถานที่ทำงานหรือสังกัดทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- Conflict of Interest (ผลประโยชน์ทับซ้อน)
- Financial Support (ผู้สนับสนุนทางการเงิน)
- หมายเลขรองรับจริยธรรม
- หมายเลขโครงการ Thai Clinical Trials Registry (TCTR) (กรณีวิจัยทางคลินิก)
- สถานที่ทำงาน/ ชื่อสกุล / e-mail / เบอร์ติดต่อ ผู้ประสานงาน
1.2 นิพนธ์ต้นฉบับ โดยมีการเรียงเนื้อหาตามกำหนด
- ชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- บทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ
- คำสำคัญ/keyword ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละไม่เกิน 5 คำ
- เนื้อหาบทความทั้งหมด (บทนำ, วิธีการศีกษา, ผลการศึกษา, อภิปรายผล, เอกสารอ้างอิง)
1.3 Table (ตาราง)
ไฟล์ตารางประกอบควรอยู่ในรูปแบบไฟล์ Word ไม่ใช้รูปภาพ โดยให้เรียงลำดับ ตารางทั้งหมดในไฟล์เดียวกันและ ไม่เกิน 4 ตาราง
1.4 Figure (รูปภาพ)
ภาพให้ใช้ภาพขาว-ดำที่ชัดเจน บนพื้นกระดาษขาว จำนวนไม่เกิน 6 ภาพ พร้อมคำอธิบายใต้ภาพต้องกระชับและชัดเจน (กรณีเป็นรายงานผู้ป่วย ต้องมีหนังสือยินยอมให้เผยแพร่จากผู้ป่วย)
2. Ethical approval documents
เอกสารผ่านการพิจารณาจริยธรรม เป็นไฟล์ scan ในรูปแบบไฟล์ PDF แสดงหลักฐานการผ่านการพิจารณาจริยธรรมของโครงการวิจัย
การเตรียมนิพนธ์ต้นฉบับ (Preparing main manuscript text)
Formatting- ภาษาที่ใช้คือ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ในกรณีที่เป็นบทความวิจัย ขอให้มีบทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
- ในกรณีที่เขียนเป็นภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 250 คำ ร่วมด้วย และแบ่งเนื้อหาของบทคัดย่อออกเป็นส่วนย่อยดังนี้ Background, Objective, Method, Result, Conclusion รวมถึงต้องมี Keywords ภาษาไทย/อังกฤษ อย่างละไม่เกิน 5 คำ
- ใส่ชื่อ ที่อยู่ และ email ของผู้เขียนที่รับผิดชอบบทความ (Corresponding authors) และกรอกรายละเอียดของผู้เขียนทุกคนลงในระบบ
- รูปแบบอักษร ขนาด และการจัดวางตำแหน่ง
- รูปแบบอักษร TH Sarabun PSK
- พิมพ์หน้าเดียวด้วยกระดาษ A4 ด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2003 ขึ้นไป
- จัดเค้าโครงหน้ากระดาษ ให้ระยะขอบเท่ากับ 1 นิ้ว, ระยะย่อหน้า 0.5 นิ้ว และเว้นบรรทัด 1 บรรทัด
- การจัดลำดับเนื้อหาบทความ
กรณีเป็นบทความวิจัย
- บทคัดย่อ (ไทยและอังกฤษ) & Keywords
- บทนำ
- วิธีการวิจัย
- ผลการวิจัย
- สรุปผล
- กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี)
- เอกสารอ้างอิง
กรณีเป็นบทความวิชาการ
- บทคัดย่อ (ไทยและอังกฤษ) & Keywords
- เนื้อหาบทความ (ต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน แสดงการสังเคราะห์เนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรม และเรียบเรียงเป็นระบบ)
- เอกสารอ้างอิง
การเขียนเอกสารอ้างอิง (References)
Vancouver Styleกำหนดการพิมพ์เป็นหน้าคอลัมน์ ใช้อักษรขนาด 16 ขนาดตัวธรรมดา จัดแนวกระจายชิดขอบซ้ายของหน้ากระดาษ การอ้างอิงเอกสารใช้ระบบ แวนคูเวอร์ (Vancouver style) ใส่เลขยกหลังข้อความหรือหลังชื่อบุคคลเจ้าของข้อความที่นำมาอ้างอิง ใช้หมายเลข 1 สำหรับการอ้างอิงอันดับแรก และเรียงต่อไปตามลำดับ ถ้ามีการอ้างอิงซ้ำให้ใส่หมายเลขเดิม การใส่หมายเลขให้เรียงลำดับอ้างอิงในเนื้อเรื่อง ไม่เรียงตามอักษรของผู้นิพนธ์ บทความที่นำมาอ้างอิง ต้องได้รับการตีพิมพ์แล้วเท่านั้น
หนังสือ ตำรา หรือรายงาน (Book, Textbook, Report)
1. หนังสือ ตำรา หรือรายงาน ที่ผู้นิพนธ์เขียนทั้งเล่ม
คำอธิบายรายละเอียด
- ชื่อผู้นิพนธ์ — อาจเป็น บุคคล สถาบัน หน่วยงาน บรรณาธิการ หรือ คณะบรรณาธิการ ส่วนบุคคลที่มีราชทินนาม ฐานันดรศักดิ์ให้ระบุหน้าชื่อ
- ชื่อหนังสือ — ใช้อักษรตัวใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อหนังสือ และชื่อเฉพาะ
- ครั้งที่พิมพ์ — กรณีการพิมพ์ครั้งที่ 1 ไม่ต้องเขียน เขียนเฉพาะพิมพ์ครั้งที่ 2 (เช่น 2nd ed.) เป็นต้นไป
- เมืองที่พิมพ์ — ใส่ชื่อเมืองที่สำนักพิมพ์ตั้งอยู่ กรณีมีหลายเมืองใช้เมืองแรก (ถ้าไม่ปรากฏให้ใช้ ม.ป.ท. หรือ n.p.)
- สำนักพิมพ์ — ให้ใส่เฉพาะชื่อสำนักพิมพ์ที่ปรากฏในหนังสือ
- ปีที่พิมพ์ — ให้ใส่ตัวเลขปีพุทธศักราช (ไทย) หรือคริสต์ศักราช (อังกฤษ)
2. หนังสือ (ตีพิมพ์) ผู้นิพนธ์คนเดียว — Book (print) Single Author
1. ศาสตรี เสาวคนธ์. การวินิจฉัยชุมชนเพื่อการวางแผนและบริหารสาธารณสุข. ขอนแก่น: โรงพิมพ์ วิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2537.
2. Jenkins PF. Making sense of the chest x-ray: a hands-on guide. New York: Oxford University Press; 2005.
3. หนังสือ (ตีพิมพ์) ผู้นิพนธ์ 2-6 คน — Book (print) 2-6 authors
ถ้ามีผู้นิพนธ์ 2-6 คน ให้ใส่ชื่อผู้นิพนธ์ทุกคนจนถึงคนที่ 6 คั่นชื่อด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) หลังชื่อคนสุดท้ายให้ใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.)
4. หนังสือ (ตีพิมพ์) ผู้นิพนธ์มากกว่า 6 คน — Book (print) more than 6 authors
ถ้ามีผู้นิพนธ์มากกว่า 6 คน ให้ใส่ชื่อผู้นิพนธ์ 6 คนแรก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) แล้วตามด้วย "และคณะ." (สำหรับภาษาไทย) หรือ "et al." (สำหรับภาษาอังกฤษ)
Phillips H, Rogers B, Bernheim KL, Liu H, Hunter PG, Evans J, et al. Community medicine in action. New York: Eastern Press; 2005.
5. หนังสือ (ตีพิมพ์) ผู้นิพนธ์เป็นสถาบัน หน่วยงาน — Book (print) institution as authors
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. รายงานการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประจำปี 2554. ม.ป.ท.: บริษัท สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสซิ่ง จำกัด; 2555.
6. หนังสือมีบรรณาธิการ — Book with editor(s)
1. วิชาญ วิทยาศัย, ประคอง วิทยาศัย, บรรณาธิการ. เวชปฏิบัติในผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิเด็ก; 2535.
2. Norman IJ, Redfern SL, editors. Mental health care for elderly people. New York: Churchill Livingstone; 1996.
7. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ — Ebook accessed from database or internet
1. Richardson ML. Approaches to differential diagnosis in musculoskeletal imaging [Internet]. Seattle (WA): University of Washington School of Medicine; 2007-2008 [revised 2007-2008; accessed Mar 29, 2009]. Available from: http://www.rad.washington.edu/mskbook/index.html
